อัฏฐสาลินีว่า "กาลเป็นบัญญัติ"
เราก็ต้องเอามาวิเคราะห์ว่าเป็นบัญญัติอะไรในอภิธัมมัตถสังคหะ?
พบว่าเป็นอัตถบัญญัติ (บัญญัติที่จิตรูปปรมัตถ์แล้วคิดบัญญัตินี้ขึ้น) ประเภทกาลบัญญัติ (ปริเฉท 8).
เมื่อทราบแล้ว เราก็ต้องมาพิจารณาวิถีที่ปัจจัยปัจจยุปบันเป็นไปว่า คิดกาลบัญญัตินี้ขึ้นมาจากปรมัตถ์อะไร? อย่างไร?
ก็จะพบว่า อัตถบัญญัติ เริ่มถูกคิดขึ้นทาง อัตถัคคหนตทนุวัตติกะมโนทวารวิถี, และคิดอย่างซับซ้อนมาก ในสุทธมโนทวาร. (ปริเฉท 4)
วาระหนึ่งรับปรมัตถ์ที่ถึงอุปปันนะก่อนเป็นอารมณ์ อีกวาระรับปรมัตถ์ที่ถึงอุปปันนะทีหลังเป็นอารมณ์ วาระถัดมารู้อัตถบัญญัติคือความต่างกันของปรมัตถ์ทั้งสองที่อุปปันนะก่อน(อตีตุปปันนะ)และอุปปะนนะหลัง(ปัจจุปันนะ)จากกัน (ธัมมสังคณี ม่าติกา อุปปันนติกะ ไม่มีสอนในห้อง แต่มีในตำราบาลีหลายแห่ง เช่น ปริเฉท 8, อัฏฐสาลินี, อุปปันนะ 4, อุปปันนะ 8 เป็นต้น).
ฉะนั้นกาลบัญญัติ ก็ถูกคิดขึ้นจาก ปรมัตถ์ที่อุปปันนะก่อนหลังกัน (อตีตติกะ) เช่น อดีตกว่า > อดีต > ปัจจุบัน > อนาคต > อนาคตกว่า.
อนึ่ง เรื่องที่วิเคราะห์มานี้ สามารถเอาไปใช้หาคำตอบอื่นได้อีกว่า : "วิปัสสนารู้อตีตุปปันนะได้หรือไม่?", "อนุสัยเกิดหรือไม่เกิด?", "วิปัสสนารู้บัญญัติได้หรือไม่?"
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ * ความต่าง = ปัจจัตตลักษณะที่ถูกจิตรู้, อุปนิธานบัญญัติที่ถูกจิตรู้. * เปรียบเทียบความต่าง = จิตทั้งขณะที่รูปรมั...
-
ใน มัคคสัจจนิทเทสอรรถกถา : ตั้งแต่ "ปฏิเวธกฺขเณ ปน เอกเมว ตํ ญาณํ โหติ" ขึ้นมา เป็น เอกปฏิเวเธเนว, หลังจากนั้นไป เป็นเอกาภิสมเยน...
-
เห็นธรรม คือ เห็นปัจจัย, ในธรรม คือ ปัจจุบันครับ หมายความว่า เห็นปัจจัยของปัจจยุปบันแต่ละอย่าง ในปัจจยุปบันทั้งหลาย ก็คือ ตามเห็นเหตุเกิดข...
-
สิ่งสุดท้ายที่จะเหลืออยู่ของปริยัติศาสนาคือการท่องจำ ไม่ใช่เล่มหนังสือ เพราะเล่มหนังสือเข้าใจอักขระเองไม่ได้ แต่คนที่ท่องจำไว้ หากไม่ละความเ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
รับตอบปัญหาธรรมะ ตามพระไตรปิฏก อรรถกถา ฏีกา
ท่านสอบถาม/แสดงความคิดเห็น/บอกข้อบกพร่องของบทความได้ที่ facebook: ตอบปัญหาธรรมะลึกซึ้ง หรือ ช่องตอบกลับข้างล่างนี้.