ในมัคคสัจจนิทเทสอรรถกถา:
ตั้งแต่ "ปฏิเวธกฺขเณ ปน เอกเมว ตํ ญาณํ โหติ" ขึ้นมา เป็น เอกปฏิเวเธเนว, หลังจากนั้นไป เป็นเอกาภิสมเยน.
เพราะปฏิเวธะด้วยสัมมาทิฏฐิ (ธมฺมสภาวปฏิเวธลกฺขณํ ปญฺญินฺทฺริยํ) แต่มีสัจจะถึง 4 ท่านจึงอธิบายว่า ปุพพภาคมรรคนั้นรู้มรรคไม่ครบ 4 แต่ในมรรคขณะนั้น ปฏิเวธะด้วยอริยมัคคสัมมาทิฏฐิดวงเดียวในมัคคจิตตุปบาท.
ส่วนอภิสมยญาณกถาในปฏิสัมภิทามรรค หมายถึง มัคคสมังคีจิตตุปบาท, ฉะนั้น เอกาภิสมเยน จึงหมายถึง การประชุมขององค์มรรคทั้ง 8 พร้อมกันในมรรคจิตตุปบาทเดียว (ตามพระบาลีในอภิสมยกถาเลย ครับ)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิสัมภิทามรรค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิสัมภิทามรรค แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562
วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559
ต้องเข้าใจในอุจเฉททิฏฐิ และสัสตทิฏฐิให้ได้ก่อน วิปัสสนาจึงจะเริ่มเป็นภาวนา
คนที่ปฏิบัติธรรมตามพระไตรปิฎกถูกต้อง ภาวนาจะเริ่มเข้าสู่วิปัสสนาได้ ต้องเข้าใจในอุจเฉททิฏฐิ และสัสตทิฏฐิ เพราะมันคือการเข้าใจปฏิจจสมุปบาท ที่ใช้พิจารณาในอุทยัพพยญาณ ครับ. หลังจากนั้นไป ก็จะเข้าสู่วิปัสสนาภาวนาได้ ปฏิสัมภิทามรรค จึงกล่าวว่า ภังคญาณ คือ วิปัสสนาญาณ. ซึ่งภังคญาณ เป็นญาณที่ต้องเข้าใจสัสสตทิฏฐิ และ อุจเฉททิฏฐิมาก่อนแล้ว ตั้งแต่ตรุณอุทยัพพยญาณก่อนเกิดวิปัสสนูปกิเลสเสียอีกครับ.
ดูในวิสุทธิมรรค มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ตอนอุทยัพพยญาณกถา.
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
วิปัสสนา พลววิปัสสนาญาณ ภังคญาณ ในปฏิสัมภิทามรรค แปลทับศัพท์เอาองค์ธรรม
#สูตร
อย่างไร คือ การปฏิสังขาอารมณ์ คือ ภังคานุปัสสนาปัญญา คือ วิปัสสนาญาณ?
(ปฏิสังขา=ญาณทบทวนไตรลักษณ์ คือ ทำแบบญาณที่แล้วนั่นแหละ,
ภังคานุปัสสนาปัญญา=การเห็นขันธ์โดยไตรลักษณ์ต่างๆ และ โดยอนุปัสสนาอีก 4 ด้วย ในระดับตามเห็นภังคานุขณะ[ญาณที่แล้ว ระดับเห็นทั้งอุปาทะ, ทั้งภังคะ],
วิปัสสนาญาณ=พลววิปัสสนาญาณ)
#วุตติ
จิตที่มีรูปเป็นอารมณ์ใด อุปาทะแล้วย่อมภังคะไป. เมื่อโยคีปฏิสังขาอารมณ์นั้นแล้ว, จึงตามทำวิปัสสนาในจิตนั้นแหละอีกที.
#อุทาหรณ์
(ในวุตติ) ที่ว่า ตามทำวิปัสสนา(อนุปัสสนา 7 ในวิปัสสนาจิต) นั้น คืออย่างไร?
(ต่อจากจุดนี้แปลเอาอรรถกถาและวิสุทธิมรรคมาใส่ให้หมดเลย)
จิตตามเห็นจิตที่ทำรูปขันธานุปัสสนา โดยอนิจจลักษณะ ไม่ใช่โดยนิจจสัญญา (อนิจจานุปัสสนา) .
จิตตามเห็นจิตที่ทำรูปขันธานุปัสสนา โดยทุกขลักษณะ ไม่ใช่โดยสุขสัญญา (ทุกขานุปัสสนา) .
จิตตามเห็นจิตที่ทำรูปขันธานุปัสสนา โดยอนัตตลักษณะ ไม่ใช่โดยอนัตตสัญญา (อนัตตานุปัสสนา) .
จึงเบื่อหน่าย(นิพพิทานุปัสสนา) ไม่ใช่ยินดี, จึงละคลาย (วิราคานุปัสสนา) ไม่ใช่ติดใจ, จึงดับ (นิโรธานุปัสสนา) ไม่ใช่เกิดอีก, จึงสละคืน (ปฏินิสสัคคานุปัสสนา) ไม่ใช่ยึดถือ.
(จิตในที่นี้ คือ วิปัสสนาญาณสัมปยุตตจิตตุปบาท)
(จากนี้เอาขันธ์ 4 ที่เหลือมาแจกตามข้างต้น และวนธรรมะ 201 แบบญาณก่อนๆ ไม่ได้แปลให้ ดูตามบาลี หรือ ตามเล่มแปลฉบับอื่นได้เลย).
#คาถาสรุป
โดยคำอธิบายที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แหละ(ทั้งวุตติ อุทาหรณ์ คาถาสรุป และสรุปสูตร) จึงกล่าว(สูตร)ว่า "อย่างไร คือ การปฏิสังขาอารมณ์ คือ ภังคานุปัสสนาปัญญา คือ วิปัสสนาญาณ?"
อย่างไร คือ การปฏิสังขาอารมณ์ คือ ภังคานุปัสสนาปัญญา คือ วิปัสสนาญาณ?
(ปฏิสังขา=ญาณทบทวนไตรลักษณ์ คือ ทำแบบญาณที่แล้วนั่นแหละ,
ภังคานุปัสสนาปัญญา=การเห็นขันธ์โดยไตรลักษณ์ต่างๆ และ โดยอนุปัสสนาอีก 4 ด้วย ในระดับตามเห็นภังคานุขณะ[ญาณที่แล้ว ระดับเห็นทั้งอุปาทะ, ทั้งภังคะ],
วิปัสสนาญาณ=พลววิปัสสนาญาณ)
#วุตติ
จิตที่มีรูปเป็นอารมณ์ใด อุปาทะแล้วย่อมภังคะไป. เมื่อโยคีปฏิสังขาอารมณ์นั้นแล้ว, จึงตามทำวิปัสสนาในจิตนั้นแหละอีกที.
#อุทาหรณ์
(ในวุตติ) ที่ว่า ตามทำวิปัสสนา(อนุปัสสนา 7 ในวิปัสสนาจิต) นั้น คืออย่างไร?
(ต่อจากจุดนี้แปลเอาอรรถกถาและวิสุทธิมรรคมาใส่ให้หมดเลย)
จิตตามเห็นจิตที่ทำรูปขันธานุปัสสนา โดยอนิจจลักษณะ ไม่ใช่โดยนิจจสัญญา (อนิจจานุปัสสนา) .
จิตตามเห็นจิตที่ทำรูปขันธานุปัสสนา โดยทุกขลักษณะ ไม่ใช่โดยสุขสัญญา (ทุกขานุปัสสนา) .
จิตตามเห็นจิตที่ทำรูปขันธานุปัสสนา โดยอนัตตลักษณะ ไม่ใช่โดยอนัตตสัญญา (อนัตตานุปัสสนา) .
จึงเบื่อหน่าย(นิพพิทานุปัสสนา) ไม่ใช่ยินดี, จึงละคลาย (วิราคานุปัสสนา) ไม่ใช่ติดใจ, จึงดับ (นิโรธานุปัสสนา) ไม่ใช่เกิดอีก, จึงสละคืน (ปฏินิสสัคคานุปัสสนา) ไม่ใช่ยึดถือ.
(จิตในที่นี้ คือ วิปัสสนาญาณสัมปยุตตจิตตุปบาท)
(จากนี้เอาขันธ์ 4 ที่เหลือมาแจกตามข้างต้น และวนธรรมะ 201 แบบญาณก่อนๆ ไม่ได้แปลให้ ดูตามบาลี หรือ ตามเล่มแปลฉบับอื่นได้เลย).
#คาถาสรุป
- องค์ของปฏิสังขาวิปัสสนา (3) คือ 1. ญาณทบทวนภังคอนุขณะ(ภังคญาณในทั้งขันธ์เป็นต้น และภังคญาณในวิปัสสนาจิตที่เข้าไปพิจารณาขันธ์นั้นด้วย) + 2. ญาณหลีกออก(วิวัฏฏญาณ) + 3. อาวัชชนะที่มีกำลัง (พลวอาวัชชนะวิถีของพลววิปัสสนาชวนะ).
- ปฏิสังขาวิปัสสนา ถือเป็นการววัตถานอารมณ์ทั้ง 2 ว่าเป็นไปตามปัจจุบันธรรม (ปัจจักขธรรม) ที่ทำทำปฏิสังขาวิปัสสนาไปแล้วนั้นด้วย (อตีตขันธ์ อนาคตขันธ์). (ววัตถาน=การแต่งตั้ง, แปลตามวิสุทธิ.ฏีกา. และบัญญัตินิทเทส).
(ที่ท่านแสดงว่า ปัจจุบัน เท่ากับอดีต เท่ากับ อนาคต ไว้ในที่นี้ เพราะกาลเป็นเพียงบัญญัติ, อุปันนธรรม คือ ธรรมที่มีสังขตลักษณะ เป็นปรมัตถ์ ที่ถูกจิตเอาไปคิดบัญญัติว่าเป็นอดีต เป็นปัจจุบัน). - วยลักษณวิปัสสนา (วิปัสสนาเห็นลักษณะเสื่อม[วยญาณ]) คือ การอธิมุต(น้อมไป) ในภังคะ.
- องค์ของ อธิปัญญาวิปัสสนา (3) คือ 1. การปฏิสังขาในอารมณ์ (ปฏิสังขาวิปัสสนา), 2. การอนุปัสสนาความดับ (ภังคานุปัสสนา), 3. การปรากฎชัดว่าเป็นของสูญ (ว่างเปล่าจากแก่นสารที่สามารถใช้ยึดถือได้จริง).
- องค์ของผู้ฉลาดจะไม่มีทางหวั่นไหวไปกับทิฏฐิต่างๆ ...
(3 ข้อนี้ คือ การทำอนุปัสสนา 7 จนภังคะปรากฎชัดนั่นเอง). - เพราะความฉลาดในอนุปัสสนา 3 (อนิจจานุปัสสนา ฯลฯ),
- เพราะความฉลาดในวิปัสสนา 4 (อนุปัสสนา 4 ข้อหลังที่เหลือของอนุปัสสนา 7 )
- เพราะความฉลาดในการปรากฎชัดของธรรมะ 3 อย่าง (ขยะ วยะ สุญญะ=สิ้น เสื่อม สูญ=ภังคะ).
โดยคำอธิบายที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แหละ(ทั้งวุตติ อุทาหรณ์ คาถาสรุป และสรุปสูตร) จึงกล่าว(สูตร)ว่า "อย่างไร คือ การปฏิสังขาอารมณ์ คือ ภังคานุปัสสนาปัญญา คือ วิปัสสนาญาณ?"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ * ความต่าง = ปัจจัตตลักษณะที่ถูกจิตรู้, อุปนิธานบัญญัติที่ถูกจิตรู้. * เปรียบเทียบความต่าง = จิตทั้งขณะที่รูปรมั...
-
เมตตาจะเหมาะกับคนโกรธง่าย... เห็นนักการเมืองก็หงุดหงิด, เห็นพ่อแม่ก็หงุดหงิด, ข้อความยาวหน่อยก็หงุดหงิด เป็นต้น. แต่เป็นกรรมฐานที่ฝึกยากป...
-
ใน มัคคสัจจนิทเทสอรรถกถา : ตั้งแต่ "ปฏิเวธกฺขเณ ปน เอกเมว ตํ ญาณํ โหติ" ขึ้นมา เป็น เอกปฏิเวเธเนว, หลังจากนั้นไป เป็นเอกาภิสมเยน...
-
เห็นธรรม คือ เห็นปัจจัย, ในธรรม คือ ปัจจุบันครับ หมายความว่า เห็นปัจจัยของปัจจยุปบันแต่ละอย่าง ในปัจจยุปบันทั้งหลาย ก็คือ ตามเห็นเหตุเกิดข...