วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ทำไมนั่งสมาธิต้องเห็นนิมิตที่มโนทวาร?
#ถาม: ทำไมนั่งสมาธิต้องเห็นนิมิตที่มโนทวาร?
มีคำตอบ 2 แบบ แบบตอบเอาชนะแต่ไม่ได้ฌาน (ถูกต้องชัดเจนสะใจแล้วจบ ไปฟุ้งเรื่องอื่นต่อได้) กับ แบบตอบแบบคนได้ฌานวสีจริงๆ (ตอบแบบพะอ็อคตอยะสยาดอ).#ตอบแบบเอาชนะ: ตามปัฏฐานว่า จิตภาวนาขึ้นแล้วทั้งสมถะและวิปัสสนาไม่ถือเอาอารมณ์คือรูปธรรมและอกุศลธรรมเป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย เพราะ 1. ฌานจิตมรรคอัปปนาจิตต้องมีอิทธิบาทก็คืออธิปติ 2. มีแค่มโนทวารวิถีเท่านั้นที่ไม่รู้รูปธรรมด้วยการรู้บัญญัติหรือนิพพานได้ (วิวิจฺเจว กาเมหิ และ นานิมิตฺตคฺคาหี โหนฺติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี), ฉะนั้น ตราบเท่าที่ยังไม่เห็นนิมิตที่มโนทวารเท่านั้น จิตก็ชัดเจนว่าอ่อนกำลังเปลี่ยนจากมหากุศลเป็นมหัคคตกุศลไม่ได้ เพราะทวารอื่นมีรูป 7 เป็นอารมณ์ จึงทำให้อธิปติอิทธิบาทภาวนาไม่ขึ้นแน่นอน. และญาณที่มีกำลังต้องแทงตลอดอารมณ์ วัตถุ วิญญาณ ภูมิ การพัฒนาแห่งจริยา (ปัญจกญาณ) เมื่อเห็นนิมิต ก็ต้องเห็นที่ๆนิมิตอยู่ด้วยตรงกับความจริง. ตอบแบบนี้ไม่มีใครเอาท่านลงแน่นอน แต่ท่านก็เอากิเลสไม่ลงเหมือนกันนะ เพราะเมาตำราตอบ มันถูก มันตรง แต่มันไม่ได้ฌาน เมาน้ำลาย.
#ตอบแบบคนได้ฌานวสีจริงๆ: ไปหาฟังคลิป พ.อ.ใหญ่พะอ็อคตอยะตอบปัญหาพระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม, ท่านจะพบว่า ฟังเป็น 10 ปีก็ฟังไม่รู้เรื่องทั้งที่เรียนอภิธรรมมาเข้าใจหมด. แต่เมื่อท่านเรื่มปฏิบัติได้ตามวิสุทธิมรรคทรงจำพระบาลีแล้ว ท่านก็จะฟังเข้าใจและเห็นด้วยทุกประการ.
วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569
มีศรัทธา แปลว่า พอเราฟัง เราก็ปล่อยให้ใจของเราอ่อนโยนทันทีที่ฟัง ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่มีปัญญารู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในยุคนั้นแค่นั้นเอง ไม่ต้องตัดสินใจ แต่ก็ไม่สงสัย แค่ปล่อยให้ใจเป็นบุญอ่อนโยน
#เกิดตรัสรู้ปรินิพพานวันเดียวกัน
การมีศรัทธา แปลว่า พอเราฟัง เราก็ปล่อยให้ใจของเราอ่อนโยนทันทีที่ฟัง ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่มีปัญญารู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในยุคนั้นแค่นั้นเอง ไม่ต้องตัดสินใจ แต่ก็ไม่สงสัย แค่ปล่อยให้ใจเป็นบุญอ่อนโยน, ถ้าเราเป็นนักวิจารณ์จนเกิดความลังเลเกิดความถกเถียงเราก็ "อดได้บุญ". ลองเช็คดูก็ได้ว่าตอนนี้ขณะที่อ่านขณะที่ฟังว่าเกิดตรัสรู้และปรินิพพานวันเดียวกัน ใจเราเป็นยังไง ใจบุญมีสติ ใจบุญมีหิริ ใจบุญมีโอตัปปะ ใจบุญไม่ยึดมั่นถือมั่น ใจบุญไม่หงุดหงิด ใจบุญไม่ลังเล ใจบุญเป็นกลาง ใจบุฐสงบ ใจบุญเบาสบาย ใจบุญอ่อนโยน ใจบุญทำทุกอย่างที่ว่ามาได้ง่าย ใจบุญคล่องแคล่วทำบุญที่ว่ามา ใจบุญซื่อตรงต่อการทำบุญที่ว่ามา. ท่านที่มีทั้งหมดนี่ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะตัดสินใจตรงกัน แค่ว่าเขาทำจิตให้เป็นบุญได้เหมือนกันก็ได้.
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ * ความต่าง = ปัจจัตตลักษณะที่ถูกจิตรู้, อุปนิธานบัญญัติที่ถูกจิตรู้. * เปรียบเทียบความต่าง = จิตทั้งขณะที่รูปรมั...
-
ใน มัคคสัจจนิทเทสอรรถกถา : ตั้งแต่ "ปฏิเวธกฺขเณ ปน เอกเมว ตํ ญาณํ โหติ" ขึ้นมา เป็น เอกปฏิเวเธเนว, หลังจากนั้นไป เป็นเอกาภิสมเยน...
-
เมตตาจะเหมาะกับคนโกรธง่าย... เห็นนักการเมืองก็หงุดหงิด, เห็นพ่อแม่ก็หงุดหงิด, ข้อความยาวหน่อยก็หงุดหงิด เป็นต้น. แต่เป็นกรรมฐานที่ฝึกยากป...
-
เห็นธรรม คือ เห็นปัจจัย, ในธรรม คือ ปัจจุบันครับ หมายความว่า เห็นปัจจัยของปัจจยุปบันแต่ละอย่าง ในปัจจยุปบันทั้งหลาย ก็คือ ตามเห็นเหตุเกิดข...