วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569

#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ

#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ 
* ความต่าง = ปัจจัตตลักษณะที่ถูกจิตรู้, อุปนิธานบัญญัติที่ถูกจิตรู้. 
* เปรียบเทียบความต่าง = จิตทั้งขณะที่รูปรมัตถ์ (รู้ปัจจัตตลักขณะ) และขณะที่รู้บัญญัติ (รู้อุปนิธานบัญญัติ). #คนตายเท่านั้นไม่เปรียบเทียบ.
* มานะ = ของมีไตรลักษณ์เสมอกัน ก็ยกชูไว้ให้มันต่างกันไว้. พระอรหันต์เท่านั้นไม่ยกชูไว้.
#แปลว่าอะไร? แปลว่า อย่าไปเพ่งโทษว่าใคว่ามีมานะ/ไม่มีมานะ เพราะเราไม่ใช่พระอรหันต์. เพราะคนที่รู้จักมานะจริงๆ มีแต่พระอรหันต์เท่านั้น.
#ถ้าเรียนปริยัติมา หรือ #เป็นพระสกาคามีแล้วล่ะ? ตอบว่า เคยเรียนเรื่องพระเจ้ามหานามะยอมตายไหม? อ่านแล้วยังคิดว่าตัวเองรู้จักมานะอยู่หรือ? 
#ในปริยัติ จะแสดงอธิบายมานะด้วยการเปรียบเทียบ, ถ้าผู้อ่านไม่ได้เข้าใจสังคหะ ปริจเฉท 8 เป็นอย่างดี จะหลงประเด็นง่ายมาก.
#ส่วนตัว เรียนปริยัติมาตลอดชีวิต พบว่าสังโยชน์เบื้องสูง 5 แค่จำศัพท์ก็ยากแล้ว ทุกครั้งพิจารณาแล้วก็รู้สึกอย่างเดียวว่า "หัวว่างเปล่า/ไม่รู้เรื่อง/ยาก/หลายปีกว่าจะเข้าใจขึ้นนิดนึง" เพราะเหตุนั้น ส่วนตัวเมื่อพิจารณาตนเองยังยาก ก็รู้แล้วว่าไม่ควรจะไปเพ่งมานะของคนอื่นเลย เพราะมีความเสี่ยงอริยุปวาทะ เจโตขีละในพระอริยเจ้าสูงมาก.
#อนึ่ง อยากเขียนเรื่องมานะนานแล้ว แต่เพราะยากมาก พิจารณาเท่าไหร่ก็ไม่แจ่มแจ้งสักที. ที่พิมพ์มานี่ ก็ยังพิจารณายากเหมือนเดิม, ความจริงคือหน้างานก็ยังคงเห็นยากอยู่ดี.

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ทำไมนั่งสมาธิต้องเห็นนิมิตที่มโนทวาร?

 #ถาม: ทำไมนั่งสมาธิต้องเห็นนิมิตที่มโนทวาร?

มีคำตอบ 2 แบบ แบบตอบเอาชนะแต่ไม่ได้ฌาน (ถูกต้องชัดเจนสะใจแล้วจบ ไปฟุ้งเรื่องอื่นต่อได้) กับ แบบตอบแบบคนได้ฌานวสีจริงๆ (ตอบแบบพะอ็อคตอยะสยาดอ).

#ตอบแบบเอาชนะ: ตามปัฏฐานว่า จิตภาวนาขึ้นแล้วทั้งสมถะและวิปัสสนาไม่ถือเอาอารมณ์คือรูปธรรมและอกุศลธรรมเป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย เพราะ 1. ฌานจิตมรรคอัปปนาจิตต้องมีอิทธิบาทก็คืออธิปติ 2. มีแค่มโนทวารวิถีเท่านั้นที่ไม่รู้รูปธรรมด้วยการรู้บัญญัติหรือนิพพานได้ (วิวิจฺเจว กาเมหิ และ นานิมิตฺตคฺคาหี โหนฺติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี), ฉะนั้น ตราบเท่าที่ยังไม่เห็นนิมิตที่มโนทวารเท่านั้น จิตก็ชัดเจนว่าอ่อนกำลังเปลี่ยนจากมหากุศลเป็นมหัคคตกุศลไม่ได้ เพราะทวารอื่นมีรูป 7 เป็นอารมณ์ จึงทำให้อธิปติอิทธิบาทภาวนาไม่ขึ้นแน่นอน. และญาณที่มีกำลังต้องแทงตลอดอารมณ์ วัตถุ วิญญาณ ภูมิ การพัฒนาแห่งจริยา (ปัญจกญาณ) เมื่อเห็นนิมิต ก็ต้องเห็นที่ๆนิมิตอยู่ด้วยตรงกับความจริง. ตอบแบบนี้ไม่มีใครเอาท่านลงแน่นอน แต่ท่านก็เอากิเลสไม่ลงเหมือนกันนะ เพราะเมาตำราตอบ มันถูก มันตรง แต่มันไม่ได้ฌาน เมาน้ำลาย.

#ตอบแบบคนได้ฌานวสีจริงๆ: ไปหาฟังคลิป พ.อ.ใหญ่พะอ็อคตอยะตอบปัญหาพระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม, ท่านจะพบว่า ฟังเป็น 10 ปีก็ฟังไม่รู้เรื่องทั้งที่เรียนอภิธรรมมาเข้าใจหมด. แต่เมื่อท่านเรื่มปฏิบัติได้ตามวิสุทธิมรรคทรงจำพระบาลีแล้ว ท่านก็จะฟังเข้าใจและเห็นด้วยทุกประการ.

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มีศรัทธา แปลว่า พอเราฟัง เราก็ปล่อยให้ใจของเราอ่อนโยนทันทีที่ฟัง ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่มีปัญญารู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในยุคนั้นแค่นั้นเอง ไม่ต้องตัดสินใจ แต่ก็ไม่สงสัย แค่ปล่อยให้ใจเป็นบุญอ่อนโยน

#เกิดตรัสรู้ปรินิพพานวันเดียวกัน
การมีศรัทธา แปลว่า พอเราฟัง เราก็ปล่อยให้ใจของเราอ่อนโยนทันทีที่ฟัง ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่มีปัญญารู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในยุคนั้นแค่นั้นเอง ไม่ต้องตัดสินใจ แต่ก็ไม่สงสัย แค่ปล่อยให้ใจเป็นบุญอ่อนโยน, ถ้าเราเป็นนักวิจารณ์จนเกิดความลังเลเกิดความถกเถียงเราก็ "อดได้บุญ". ลองเช็คดูก็ได้ว่าตอนนี้ขณะที่อ่านขณะที่ฟังว่าเกิดตรัสรู้และปรินิพพานวันเดียวกัน ใจเราเป็นยังไง ใจบุญมีสติ ใจบุญมีหิริ ใจบุญมีโอตัปปะ ใจบุญไม่ยึดมั่นถือมั่น ใจบุญไม่หงุดหงิด ใจบุญไม่ลังเล ใจบุญเป็นกลาง ใจบุฐสงบ ใจบุญเบาสบาย ใจบุญอ่อนโยน ใจบุญทำทุกอย่างที่ว่ามาได้ง่าย ใจบุญคล่องแคล่วทำบุญที่ว่ามา ใจบุญซื่อตรงต่อการทำบุญที่ว่ามา. ท่านที่มีทั้งหมดนี่ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะตัดสินใจตรงกัน แค่ว่าเขาทำจิตให้เป็นบุญได้เหมือนกันก็ได้.

#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ

#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ  * ความต่าง = ปัจจัตตลักษณะที่ถูกจิตรู้, อุปนิธานบัญญัติที่ถูกจิตรู้.  * เปรียบเทียบความต่าง = จิตทั้งขณะที่รูปรมั...