วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562
วิเคราะห์สภาพธรรมขณะอ่านเรื่องนั่งร้านไม่ไผ่
วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562
คำถามของแอดมินเพจถึงพระอาจารย์กรรมฐานรูปหนึ่งของพาอ้าว และคำตอบของท่าน
#ถาม1. ถ้ากล่าวว่า พระอาจารย์ใหญ่ "อ่าน" มาเยอะ จะเป็นการทำให้คนไทยเข้าใจผิดว่า ท่านเพียงแค่ "อ่าน" เหมือนที่ชาวพุทธไทยทั่วไปเข้าใจกันหรือไม่ครับ? เพราะว่า ที่พม่านั้นท่องจำเยอะมาก กว่าจะจบธัมมาจริยะ (ไม่นับรวม ที่พระอาจารย์ใหญ่ท่านไปท่องจำพระไตรปิฎกเองอีกต่างหาก)
ในคลิปนาทีที่ 25:40 จะเห็นว่า สามเณรที่ paauk ท่องจำกันจริงจังมาก
https://youtu.be/gI4W0Qrysck?t=1540อนึ่ง เมื่อสักครู่ ฟังพระอาจารย์เล่าเกี่ยวกับพระอาจารย์ใหญ่แล้ว ไม่มีคำว่า "ท่องจำ ท่องซ้ำๆ" อยู่เลย มีเพียงคำว่า "อ่าน" เกรงว่า คนไทยจะไม่เห็นความสำคัญในการท่องจำพระบาลี ครับ.
ส่วนธรรมะอย่างอื่น ไฟล์ของปีนี้ สมบูรณ์ ไร้ที่ติ แต่เป็นความผิดที่ผมเอง ที่ยังปฏิบัติตามไม่ได้ ครับ.
1 ถ้าท่านไม่ทรงจำก็จะไม่สามารถประมวล บาลีอรรถกถาทั้งหมด ให้เป็นรูปแบบการปฏิบัติที่ระบบตามคัมภีร์วิสุทธิมรรคได้ (ในสมัยนั้นไม่มีคอมช่วยสืบค้นด้วย)
#ถาม2. การกล่าวบ่อยๆ กับลูกศิษย์และผู้ฟังว่า "พระอาจารย์ใหญ่และพระอาจารย์กรรมฐานที่ paauk พม่า" มีอัธยาศัยท่องจำพระไตรปิฎกบาลีกันเป็นปกติ จะเป็นผลดีต่อประเทศที่ขาดแคลนผู้ทรงพระไตรปิฎกบาลี อย่างประเทศไทย เพียงไร ครับ? ผมจำได้ว่า เคยสนทนากับ พ.อ.เรวตะ (ที่เชียงใหม่) ว่าการท่องจำสำคัญมาก และท่านก็บอกผมว่า ท่านก็เห็นด้วยว่าสำคัญมาก และมีคนเล่าว่า ท่านจะไปเรียนเพิ่ม แต่ พ.อ.ใหญ่ ยังไม่อนุญาต (เพราะไม่มีคนทำงาน) อีกครั้งหนึ่ง ผมเคยเห็น พระที่ติดตามพระอาจารย์ใหญ่ทางเฟซบุ้ค ไลฟ์สดท่องจำพระไตรปิฎกบาลีด้วย เป็นต้น นี่ก็แสดงให้เห็นว่า พระภิกษุที่ paauk ที่เป็นระดับอาจารย์ มีอัธยาศัยในการท่องจำพระไตรปิฎกบาลีเพียงไร ยิ่งในคลิปสามเณรของพาอ้าว ยิ่งเห็นถึงการปลูกฝังแต่เล็กทีเดียว
จะเห็นได้ว่า อาจารย์กรรมฐานวัดพะอ๊อก มีอัธยาศัยในการศึกษาและทรงจำ อย่างน้อยต้องทรงภิกขุปาติโมกข์ และภิกขุนีปาติโมกข์ได้ และส่วนใหญ่จะจบขั้นตำ่ธรรมจริยะ และเท่าที่ทราบก็มีจบอภิวังสะ ประมาณ 2-3รูป เจริญพร
#ถาม3. การกล่าวว่า "พระพุทธโฆสาจารย์ รจนาคัมภีร์วิสุทธิมรรค" กับกล่าวว่า "พระพุทธโฆสาจารย์รวบรวมอรรถกถาจากอาจารย์ต่างๆ (ตั้งแต่ครั้งพุทธกาลมาจนถึงในลังกา) มาไว้ในวิสุทธิมรรค" อย่างไหนจะใกล้เคียงกับที่ว่า "พระอาจารย์ใหญ่รวบรวมพระสูตร อรรถกถา ฏีกา ต่างๆ มาร้อยเรียง" มากกว่ากัน ครับ?
และถ้าปฏิบัติได้ดีกลับไปศึกษาปริยัติอีกจะ มีความสุข และเข้าใจพุทธพจน์ลึกขึ้นอีกมาก เจริญพร
วิสุทธิครบ 7 พร้อมวิธีปฏิบัติ ในพระสูตร [เหตุสูตร]
http://84000.org/tipitaka/read/pali_read.php?B=17&A=5222&w=&modeTY=2&h=ทิฏฺฐิ|กงฺขา|ปฏิปท|วิสุ|ปจฺจย#hl
ให้ใช้นัยนี้ หาคำอธิบายวิสุทธิในตัวพระสูตรตรงๆ ได้เลย ไม่ต้องผ่านวิสุทธิมรรค ก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า ปฏิสัมภิทามรรค อภิธรรม และวิสุทธิมรรค รจนาขึ้นมาจากพระสูตรอย่างไร? จะช่วยให้หมดความลังเลสงสัยในอรรถกถา ฏีกา ได้อย่างมาก.
อนึ่ง คำว่า วิตรณ ในสูตรนี้ใช้คำว่า ปหีนา,
คำว่า มคฺคามคฺค ในสูตรนี้ใช้คำว่า ปฏิปทา กับ คามินี,
คำว่า ญาณ มาในสูตรที่มี สัจจ 4 ที่มีคำว่าญาณ เช่น ราธสูตร เป็นต้น ก่อนหน้าสูตรนี้ ต้องโยคตามมาในสูตรนี้ด้วย.
คำว่า ทสฺสน ก็คือ คำว่า ทิฏฺฐิ ในที่เป็นสัมมาทิฏฐิ ก็เป็นสัมมาทัสสนะ.
เท่านี้ ครบ 7 แล้ว และมีวิธีปฏิบัติอยู่ในตัวสูตรนี้ด้วย, สามารถนำศัพท์ในสูตร ไปหาคำขยายจากตัวพระสูตรตรงๆ ได้อีกมากด้วย.
วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562
Appearing breaths at somewhere near by nose tip is ok for Anapanassati
PariMukkhaṃ Satiṃ upaṭṭhapetvā = the practitioner focuses the mindfulness on only Breaths.
So satova assasati satova passasati = he is focusing the mindfulness like that and breathing out/in.
Breaths are not nose tip, touching, or feeling. Breaths are long or short wind flowing at nose tip.
Sometime breaths appear at right nostril tip, sometime left, sometime middle, some time top lip.
But you are focus on clearing appearing breaths at somewhere of those, so wherever of them is OK.
The other touching points such as in side the nose or lung is over width for clear focusing on breath and easily to get Restlessness (uddhacca), so appearing breaths on somewhere at the nose tip is the best choice for the meditation.
วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
วิธีทำงานร่วมกัน ไม่ให้เกิดความบาดหมาง
สิ่งที่ดีที่สุด คือ พยายามพูดให้เกิดความสามัคคี พูดให้สมาชิกเพื่อนร่วมงาน ทุกคน เข้าใจซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน มีรอยยิ้มให้กันอย่างจริงใจ สบายใจ มีความสุข เหมือนคนในครอบครัว
ส่วนนี้ ผู้บริหารมักจะทำได้อยู่แล้ว แต่สมาชิกคนอื่นๆ อาจจะยังทำไม่ได้ อาจจะยังมีการใส่อารมณ์ไปบ้างในขณะที่เกิดปัญหา ก็เป็นหน้าที่ของสมาชิกผู้นั้น ที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาตัวเอง ให้ก้าวไปสู่ความเป็น #ผู้ใหญ่ ในระดับเดียวกับ #ผู้บริหาร และก็เป็นหน้าที่ของเพื่อนสมาชิกท่านอื่นๆ ในการให้คำแนะนำ ประคับประคองพัฒนาร่วมกันไป ด้วยความสามัคคี เห็นอกเห็นใจ แนะนำซึ่งกันและกันอย่างตรงไปตรงมา
ในสาราณียธรรม 6 (วิธีทำให้คิดถึงกันได้อย่างสบายใจ) นั้น ท่านบอกว่า ความเข้าใจซึ่งกันและกัน (ทิฏฐิสามัญญตา) เป็นหัวหน้าของสาราณียธรรมข้อที่เหลือ ซึ่งการจะเข้าใจซึ่งกันและกันได้นั้น ก็จะต้องมีกติกาที่ตกลงกันด้วยดีในที่ประชุม (สีลสามัญญตา) ไม่ใช่ไปคุยกันต่อนอกรอบ แต่จะต้องคุยทุกอย่างในที่ประชุมให้จบให้เคลีย ก็จะทำให้เกิด สาธารณโภคี (ได้ของ/ได้งาน แตกต่างกันตามฐานะก็จริง แต่เสมอกันเพราะตกลงกันเคลียในที่ประชุมแล้ว) เมตตากายกรรม (ทำงานร่วมกันเพื่อความรักสามัคคี) เมตตาวจีกรรม (พูดถึงกันเพื่อความรักสามัคคี) เมตตามโนกรรม (คิดถึงกันเพื่อความรักสามัคคี)
จงอย่าลืมว่า ข้อเสีย ข้อจำกัดของคุณก็มี และนั่นเป็นสิ่งที่เพื่อนร่วมงานทุกคนแบกรับแทนคุณอยู่ จงสงสารเห็นใจเพื่อนร่วมงานด้วย และคิด ทำ พูด ด้วยความเห็นใจ การพูดถึงปัญหาต่างๆ จึงจะนุ่มนวล มีน้ำเสียงไพเราะน่าฟัง และไม่นำมาซึ่งความแตกแยก บาดหมาง ต่อกันและกัน
วิธีเอากรรมฐานของตัวเอง มาเป็นบาทฐานในการเรียนบาลี
เช่น อาจารย์สามารถให้การบ้านว่า ท่านทำกรรมฐานสูตรไหนอยู่ ก็ให้ไปท่องจำบาลีสูตรนั้น (ถ้าทำกรรมฐาน ก็ควรจะท่องได้อยู่แล้ว?) ให้ชำนาญ และให้ฝึกอธิบายตามหลักสังวรรณนาสูตรเดิมๆนั้นแหละ ทุกวัน จนจบหลักสูตร.
เช่น ทำอานาปานัสสติในมหาสติปัฏฐานสูตรอยู่ ก็ต้องรู้ว่า กถํ ใช้สังวรรณนาอะไร? จ ใช้สังวรรณนาอะไร? วา ใช้สังวรรณนาอะไร? อิติ ใช้สังวรรณนาอะไร? กาเย กับ กายสฺมึ วิภัต ใช้บ่งบอกอะไร? วา หลัง อิติ ใช้คั่นอะไร? วา ปน ใช้แยกอะไร? จ หลัง วา ปน ใช้รวบอะไร? ทำไมเดี๋ยวใช้วา เดี๋ยวใช้ จ?
นี้เป็นตัวอย่างคำถาม ที่คนทำอานาปานัสสติ เรียนบาลี เรียนสังวรรณนา ควรถามขึ้นได้เอง เพราะกรรมฐานของตัวเอง ถ้าไม่ชำนาญไม่แตกฉาน เรียนสังวรรณนาแล้ว ก็ยังไม่สามารถเอามาอธิบายกรรมฐานของตัวเองได้ นิรุตติปฏิสัมภิทา (แม้ที่ไม่ใช่ของปฏิสัมภิทัปปัตโต) ก็คงยากจะบรรลุ ครั
วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562
ท่านทำหน้าที่ของฆราวาสที่ดีหรือยัง?
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ
#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ * ความต่าง = ปัจจัตตลักษณะที่ถูกจิตรู้, อุปนิธานบัญญัติที่ถูกจิตรู้. * เปรียบเทียบความต่าง = จิตทั้งขณะที่รูปรมั...
-
ใน มัคคสัจจนิทเทสอรรถกถา : ตั้งแต่ "ปฏิเวธกฺขเณ ปน เอกเมว ตํ ญาณํ โหติ" ขึ้นมา เป็น เอกปฏิเวเธเนว, หลังจากนั้นไป เป็นเอกาภิสมเยน...
-
เห็นธรรม คือ เห็นปัจจัย, ในธรรม คือ ปัจจุบันครับ หมายความว่า เห็นปัจจัยของปัจจยุปบันแต่ละอย่าง ในปัจจยุปบันทั้งหลาย ก็คือ ตามเห็นเหตุเกิดข...
-
ปัญญา คิดถูกเสมอ ครับ, แต่ปัญญาสามารถเกิดสลับกับกุศลจิตที่ไม่มีปัญญา หรือแม้กระทั่งเกิดสลับกับมิจฉาทิฏฐิก็ยังได้. และการเกิดสลับกันนี้ ก็รวด...