ในปฏิสัมภิทามรรค ไม่แสดงนามรูปปริจเฉทญาณไว้นะครับ.
ฉะนั้น การที่ปัฏฐานมีไว้ใช้เจริญปัจจยปริคคหญาณ, ไม่ได้หมายความว่า คนที่ไม่ได้นามรูปปริจเฉทญาณจะพิจารณาปัฏฐานไม่ได้นะครับ.
กลับกัน คนที่พิจารณาปัฏฐานให้ต่อเนื่อง เดี๋ยวก็ได้นามรูปปริจเฉทญาณก่อน ปัจจยปริคคหญาณเองครับ.
ฉะนั้น ท่านจึงไม่กล่าวนามรูปปริจเฉทญาณไว้ในปฏิสัมภิทามรรค และในนิทเทสจึงแสดงรวบสองญาณนี้ว่า ญาตปริญญา.
ฉะนั้น แม้ยังไม่ได้ได้นามรูปปริจเฉทญาณ ก็ควรพิจารณาปัฏฐานในชีวิตประจำวันนะครับ.
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เมตตาเหมาะกับใคร
เมตตาจะเหมาะกับคนโกรธง่าย... เห็นนักการเมืองก็หงุดหงิด, เห็นพ่อแม่ก็หงุดหงิด, ข้อความยาวหน่อยก็หงุดหงิด เป็นต้น. แต่เป็นกรรมฐานที่ฝึกยากป...
-
เมตตาจะเหมาะกับคนโกรธง่าย... เห็นนักการเมืองก็หงุดหงิด, เห็นพ่อแม่ก็หงุดหงิด, ข้อความยาวหน่อยก็หงุดหงิด เป็นต้น. แต่เป็นกรรมฐานที่ฝึกยากป...
-
ใน มัคคสัจจนิทเทสอรรถกถา : ตั้งแต่ "ปฏิเวธกฺขเณ ปน เอกเมว ตํ ญาณํ โหติ" ขึ้นมา เป็น เอกปฏิเวเธเนว, หลังจากนั้นไป เป็นเอกาภิสมเยน...
-
เห็นธรรม คือ เห็นปัจจัย, ในธรรม คือ ปัจจุบันครับ หมายความว่า เห็นปัจจัยของปัจจยุปบันแต่ละอย่าง ในปัจจยุปบันทั้งหลาย ก็คือ ตามเห็นเหตุเกิดข...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
รับตอบปัญหาธรรมะ ตามพระไตรปิฏก อรรถกถา ฏีกา
ท่านสอบถาม/แสดงความคิดเห็น/บอกข้อบกพร่องของบทความได้ที่ facebook: ตอบปัญหาธรรมะลึกซึ้ง หรือ ช่องตอบกลับข้างล่างนี้.