วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

ความหมายศัพท์ว่า อาเสวิตายะ ภาวิตายะ

ใจความ คือ ภาวนาทั้งปวง เช่น เมตตา, วิปัสสนา เป็นต้น ควรภาวนาต่อเนื่องไม่หยุด ไม่มีพัก เพื่อให้เจริญดีงามขึ้นๆ ไป จนกว่าจะบรรลุฌาน หรือ มรรค ครับ, เพราะถ้าหยุด ถ้าพัก (หมายถึง เกิดอกุศลขั้น) ภาวนาจะเสื่อมกำลัง แล้วทำให้ไม่บรรลุสักที. เหมือนคนที่ถมหลุมบ้าง ขุดออกบ้าง หลุมมันก็ไม่มีทางเต็มสักที ฉันนั้น.

ความต่างของ ต กับ ฏ ในภาษาบาลี สำหรับคนไทย

ฏ ออกเหมือน ต ในภาษาไทย ครับ, ต ในภาษาไทย ต้องเปลี่ยนเอาลิ้นมาแตะที่ฟันแทน จึงจะตรงกับบาลี. อ้างอิงตามหลักฐานกรณ์ ไทยเทียบกับบาลี.

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

ความหมายศัพท์ว่า ปรมัตถ์

ปรมัตถ์=ไม่วิปริต คือ ถูกต้องตรงตามปัจจัยปัจจยุปบัน ไม่ผิดเพี้ยนไปจากปัจจัยปัจจยุปบัน (ถ้าบัญญัติ จะไม่มีปัจจัย และบัญญัติก็ไม่เป็นปัจจยุปบันด้วย บัญญัติจึงวิปริตเปลี่ยนไปเรื่อย ตามแต่จิตจะคิดไปเอง). 
 อีกอย่าง ปรมัตถ์=ประโยชน์ที่ดีที่สุด คือ นิพพาน.

อา-หุ-น-เออ-ย-โย ไม่มีใช้ในภาษาบาลี เพราะภาษาบาลี ไม่มีสระ เออ, มีแต่สระ เอ

คนที่ออก น+เออ+ย อ่านผิดครับ เพราะไม่มี สระ "เออ" ในภาษาบาลี. ออกไนย จึงจะตรงกับหลักภาษาบาลีครับ. การออกเสียงว่า เนย แบบ เนยแข็ง เนยเหลว ในภาษาไทยนั้น ไม่มีใช้ในภาษาบาลี ครับ เพราะสระในภาษาบาลีมีแค่ 8 ตัว ไม่มีสระ เออ แม้แต่สันสกฤต ก็ไม่มีสระ เออ เช่นกัน.

ความหมายศัพท์ว่า ปฏิสนธิ จุติ

จุติ แปลว่า การเคลื่อน คือ เคลื่อนจากภพนี้ เป็นจุดจบของภพนี้ จุดเคลื่อนไปเป็นปฏิสนธิ ที่แปลว่า การต่อ คือ การเกิดใหม่ในภพใหม่ต่อจากจุติจิตในภพที่แล้ว.

"โลภ" กับ "ตณฺหา" ในพุทธพจน์ 2 คำนี้ใช้ต่างกันอย่างไร

โลภ ศัพท์ ในพระไตรปิฎก ใช้อธิบาย มูลของอกุศลจิตตุปบาท (อกุสลมูล), แต่ตัณหาศัพท์ ในพระไตรปิฏกใช้อธิบาย ปฏิจจสมุปบาท ครับ. 
ที่ต้องใช้แยกกัน เพราะในปฏิจจสมุปบาท แสดงเหตุ 2 คือ อวิชชา กับ ตัณหา, แต่อกุสลมูล 3 แสดงเหตุ 3 คือ โลภะเหตุ โทสะเหตุ โมหะเหตุ. 
ถ้าใช้ โลภะมูลศัพท์ในปฏิจจสมุปบาท โทสะมูลก็จะเป็นส่วนเกิน เพราะไม่ได้กล่าวไว้โดยตรงในปฏิจจสมุปบาท. ถ้าใช้เหตุ 2 (อวิชชา ตัณหา) แทนอกุสลมูล 3 โทสะเหตุก็จะหายไป ทำให้เวลาอธิบาย อกุศลว่าเกิดขึ้นได้ยังไง ก็จะไม่มีโทสอกุสลมูลจิตด้วย ทำให้พระไตรปิฎกตกหล่น.
พระพุทธเจ้าทรงเห็นด้วยพระญาณอย่างนี้แล้ว จึงแสดงตัณหาบ้าง โลภะบ้าง ตามสมควรแก่บุคคล และตามสมควรแก่การรักษาคำสอนไว้ให้พระศาสนาให้อยู่ครบ 5 พันปี เพื่อสัตว์จะได้มีโอกาสบรรลุธรรมมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยนัยตัวอย่างดังกล่าวมานี้ เป็นต้น.

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

โครงสร้างอุปวาณสูตร

สูตรก่อนหน้าอุปวาณสูตรที่ท่านยกมา ได้ปฏิจจสมุปบาทแสดงไว้แล้วว่า #เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีเวทนา (สุข-ทุกข์). 
แต่อุปวาณสูตร ก็แสดงปฏิจจสมุปบาทเช่นกัน แต่ยกมาแค่ #เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีทุกขเวทนา.

ที่เหลือก็ทำความเข้าใจตามหลักปฏิจจสมุปบาทได้เลย ครับ.

อุปวาณสูตร http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=16&A=1012&Z=1039

สูตรก่อนหน้า http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=931&Z=1011

#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ

#มานะ ไม่ใช่ #เปรียบเทียบ  * ความต่าง = ปัจจัตตลักษณะที่ถูกจิตรู้, อุปนิธานบัญญัติที่ถูกจิตรู้.  * เปรียบเทียบความต่าง = จิตทั้งขณะที่รูปรมั...